วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม 2021

รวบอีก 71 คน เขมร-เมียนมาลอบเข้าไทย ค่าหัวนับหมื่นแลกมีงานทำ

วันจันทร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

รวบอีก 71 คน

เขมร-เมียนมาลอบเข้าไทย

ค่าหัวนับหมื่นแลกมีงานทำ

ทะลักไม่หยุด ทหารรวบแรงงานกัมพูชา 57 คน ลอบเข้าเมืองผิด ก.ม.จ่ายค่าหัว 7,000 บาท อีกรายจับแรงงานเมียนมา 12 คน หนีเข้าเมือง พบยอมจ่ายเงินให้นายหน้าเถื่อนหัวละ 17,000 บาท แลกได้มีงานทำ


เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พล.ต.อมฤต บุญสุยา ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา สั่งการให้ พ.อ.เอกพงษ์ กฤตยาเกียรติชุติ ผบ.ชค.ทพ.12 ฉก.ตาพระยา พ.ท.ณัฐพล ม้วนเงิน รอง ผบ.ชค.ทพ.12ฉก.ตาพระยา นำกำลังออกลาดตระเวนป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา บริเวณช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดนด้าน อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ก่อนจะจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาที่เดินเท้าลักลอบข้ามตะเข็บชายแดนช่องทางธรรมชาติจากฝั่งกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทย ที่ท้ายหมู่บ้านทัพเซียม หมู่ 10 ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา รวม 57 คน แบ่งเป็นชาย 41 และหญิง 16 คน

เบื้องต้นไม่พบเอกสารการเดินทาง และเอกสารอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทย จึงให้ทหารที่สวมชุดพีพีอี ตรวจคัดกรอง ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก่อนคุมตัวไปซักถาม ทราบว่าทั้งหมดเดินทางมาจาก จ.พระตะบอง , จ.บันเตียเมียนเจย,จ.อุดรมีชัย ,จ.เสียมเรียบ และ จ.กัมปงธม เพื่อเดินทางไปทำงานใน กทม. จ.ฉะเชิงเทรา , จ.ชลบุรี , จ.สมุทรปราการ , จ.ปทุมธานี และ จ.นนทบุรี โดยส่วนใหญ่จะไปทำงานก่อสร้าง นอกจากนี้แรงงานทั้งหมด อ้างว่าต้องเสียเงินค่านำพาให้นายหน้าชาวกัมพูชา ด้วยกันในฝั่งประเทศกัมพูชา รายละ 1,000 บาท และเมื่อเดินทางไปถึงที่ทำงานจะต้องจ่ายเงินให้อีกรายละ 5,000-6,000 บาท รวมแล้วต้องจ่ายเงินรายละ 6,000-7,000 บาท

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวน ชค.ทพ.12 ฉก.ตาพระยา ได้จับกุมชาวกัมพูชาอีก 2 คน บริเวณบ้านคลองแผง ต.ทัพเสด็จ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ซึ่งลอบมุดรั้วชายแดนจากฝั่งกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทยเพื่อไปทำงานรับจ้างใน จ.สระแก้ว โดยไม่มีเอกสารการเดินทางหรือเอกสารอนุญาตทำงานในประเทศไทยแต่อย่างใด จึงควบคุมตัวชาวกัมพูชาดังกล่าว ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ตาพระยา จ.สระแก้ว รับไว้ดำเนินคดีต่อไป

วันเดียวกัน พ.ต.อ.เสมอ อยู่สำราญ ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ นำกำลังร่วมกับ ตชด.ที่ 146 ตม.ด่านสิงขร และฝ่ายปกครอง ออกลาดตระเวนแนวชายแดน ตามแผนสกัดกั้นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา12 คน เป็นชาย 7และหญิง 5 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้นำพา 3 คน ที่บริเวณริมถนนช่องทางธรรมชาติช่องหุบตาหลี หมู่ 9 ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงคุมตัวไปยังศูนย์พักคอยวัดรัตนวิเวกคลองวาฬ หมู่ 6 บ้านด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อคัดกรองและแยกคุมตัวตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก่อนส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินคดี

สอบสวนทราบว่าแรงงานทั้งหมด เดินทางมาจากบ้านมูด่อง ตรงข้ามจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร โดยมีจุดพักคอยของนายทุน เป็นชาวเมียนมา ชุดเดียวกับที่หลบหนีเข้าเมือง 86 คน เมื่อสัปดาห์ก่อน และยังพบว่ามีชาวเมียนมา อีกจำนวนมากรอเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ และต้องจ่ายค่านำพารายละ 500 บาท และหากไม่ต้องการจะถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยผลักดันออก เมื่อเดินทางไปถึงจุดนัดหมาย แรงงานเมียนมาเหล่านี้ต้องจ่ายเงินให้ผู้นำพารายละ 17,000 บาท เมื่อได้ทำงานที่จังหวัดปลายทาง

ด้านนายนิพนธ์ สุวรรณนาวา ประธานกิตติมศักดิ์สภาหอการค้าและสภาอุตสาหกรรม จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานสนธิกำลังจับกุมแรงงานต่างด้าวจำนวนมากที่ลักลอบเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติ ทำให้เกินศักยภาพของสถานกักตัว14 วัน ที่ ตชด.146 ด่านสิงขร นอกจากนี้ยังเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ เนื่องจากแรงงานต่างด้าวดังกล่าวมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ร้อยละ 10 เมื่อต้องกักตัว 14 วัน ก่อนผลักดันกลับ ทำให้มีค่าใช้จ่ายต่อหัวมากกว่า 8,000 บาท และยังพบว่าบางรายก็ย้อนกลับมาใหม่อีก จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐ วางแผนแก้ไขปัญหาดังกล่าว หรือควรเจรจากับฝ่ายเมียนมา เพื่อสกัดกั้นการออกนอกประเทศของแรงงานชาวเมียนมาที่ส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อย

“อยากให้เจ้าหน้าที่จับกุมที่ต้นตอนายหน้าค้าแรงงานเถื่อน ซึ่งมีเครือข่ายเชื่อมโยงทั้งในและต่างประเทศ เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีเพียงการจับกุมที่ปลายเหตุ” นายนิพนธ์ กล่าวและว่า รัฐบาลต้องผ่อนปรนให้มีการนำเข้าแรงงานถูกกฎหมายเพื่อใช้ในภาคการผลิต การแปรูปเพื่อส่งออก แรงงานภาคการเกษตรและประมง โดยอนุญาตเฉพาะแรงงานไม่ควรมีผู้ติดตาม และควรให้ทำประกันสังคม หากเปิดให้ลงทะเบียน คาดว่าจะมีนายจ้างทั่วประเทศ นำแรงงานที่ลอบเข้าเมืองมาลงทะเบียนอีกกว่า 2 ล้านคน

สระแก้ว

สระแก้ว

ชายแดนเบื้องบูรพา ป่างามน้ำตกสวย มากด้วยรอยอารยธรรมโบราณ ย่านการค้าไทย-เขมร